อาการเป็นลม

อาการเป็นลม



คนเป็นลมหน้ามืด  เป็นผลเนื่องมาจากเลือดไปสู่สมองน้อยไปชั่วคราว   สาเหตุอาจเนื่องมาจาก   ร่างกายอ่อนเพลีย  อยู่ในที่แออัดอากาศถ่ายเทไม่สะดวก  การออกแรงหรือกำลังมากเกินไป  อากาศร้อน    อบอ้าว  ตื่นเต้น  ตกใจ  เสียใจมากเกินไป

            อาการ    จะมีอาการวิงเวียน  หน้ามืด  ตามัว  ใจสั่น  ใบหน้าซีดเซียว  มีเหงื่อออกชุ่มตามฝ่ามือ  ฝ่าเท้า  และหน้าผาก  อาจล้มลงและหมดสติ  ชีพจรเบา  หายใจหอบถี่

การปฐมพยาบาล

    1.    ขยายเสื้อผ้าให้หลวม

    2.    ห้ามคนมุงดูรอบๆ

    3.    เมื่อหมดสติ  ให้ผู้ป่วยนอนลง  ให้ศีรษะต่ำกว่าตัวเล็กน้อยหรือนอนราบก็ได้

    4.    ให้ดมแอมโมเนีย

    5.    เช็ดเหงื่อตามฝ่ามือ  ฝ่าเท้าและหน้าผาก

    6.    พัดให้คนเป็นลม

    7.    ถ้ายังไม่รู้สึกตัว  ควรให้ความอบอุ่น  ทำการผายปอดและรีบส่งโรงพยาบาล ติดต่อไปยังเบอร์ 1669 ซึ่งเป็นสายด่วนศูนย์นเรนทร เพื่อทำการแจ้งเหตุ และติดต่อเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์
ให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ 



การป้องกัน

- รักษาสุขภาพให้แข็งแรง
   เช่น กินอาหารและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
   ออกกำลังกาย สม่ำเสมอ


- หลีกเลี่ยงชนวนที่ทำให้เป็นลมหน้ามืด
  เช่น ที่แออัดอบอ้าว

- หมั่นตรวจสุขภาพร่างกายอย่างน้อยก็ปีละครั้ง


http://krusathien.bmk2.net/payaban/

ภาวะอ้วน

ภาวะอ้วน

ภาวะอ้วนเป็นสาเหตุสำคัญอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง แนะควบคุมอาหารและออกกำลังกาย



ตั้งแต่เปิดศักราชปีมะแมผ่านสารพัดงานเลี้ยงตั้งแต่ปีใหม่ วาเลนไทน์ และล่าสุดตรุษจีน หลายคนคงเริ่มกลุ้มใจกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าภาวะอ้วนเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและอีกมากมายหลายโรค แต่หลายคนคงคาดไม่ถึงว่าภาวะอ้วนเป็นสาเหตุสำคัญอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง
จากการที่เซลล์ไขมันส่วนเกินมีการสร้างฮอร์โมนเพศที่มีชื่อว่าเอสโตรเจนเพิ่มมากขึ้น ในสภาวะปกติฮอร์โมนตัวนี้พบได้ทั้งในเพศชายและหญิง แต่ในเพศหญิงจะพบมากกว่า เพราะถูกสร้างจากรังไข่เป็นหลัก และถูกสร้างจากอวัยวะอื่นในปริมาณที่น้อยกว่า เช่น ตับ ต่อมหมวกไต เต้านมและเซลล์ไขมัน เจ้าฮอร์โมนตัวนี้องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งในกลุ่มที่หนึ่ง คือมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ เมื่อในร่างกายคนอ้วนมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงกว่าปกติ จึงมีการจับกับตัวรับฮอร์โมนในเซลล์มากขึ้น ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอในเซลล์ กลายเป็นเซลล์มะเร็งและกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งมีการแบ่งตัวมากขึ้นในที่สุด

ดังนั้นภาวะอ้วนจึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งเต้า ส่วนการที่จะรู้ว่าตัวเราเข้าขั้นอ้วนแล้วหรือยัง ก็คำนวณได้จากค่าดัชนีมวลกาย โดยการเอาน้ำหนักเป็นกิโลกรัมตั้งแล้วหารด้วยความสูงเป็นเมตร ได้เท่าไหร่ก็เอาความสูงเป็นเมตรหารซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ถ้าค่าที่ได้อยู่ในช่วง 18-25 แปลว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ ถ้าเกินกว่า 25 ก็แสดงว่าเริ่มน้ำหนักเกินแล้ว ถ้าค่าที่ได้เกินกว่า 30 ก็เรียกว่าอ้วนได้อย่างเต็มปากเต็มคำ หากรูปร่างของคนอ้วนนั้นมีลักษณะรูปทรงแบบอ้วนลงพุงป่องตรงกลางตัว แบบนี้เขาเรียกว่าอ้วนแบบทรงลูกแอปเปิ้ล หุ่นแบบนี้มีผลเสียและมีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากกว่า พวกนี้มักมีระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง นอกจากจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูงแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งมากกว่าพวกอ้วนแบบทรงลูกแพร์ที่มีไขมันสะสมมากบริเวณบั้นท้ายและต้นขา
ใครที่รู้ตัวว่าอ้วนหรือเริ่มจะอ้วนแล้ว ก็อย่าผัดวันประกันพรุ่ง เริ่มลดน้ำหนักอย่างถูกต้องด้วยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายเป็นหลักได้แล้วนะครับ เอาแค่ลดได้สัปดาห์ละครึ่งกิโลก็โอเคแล้ว ใจเย็นๆ อย่าใจร้อน เดี๋ยวจะหัวใจวายไปซะก่อน

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก โดย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

http://www.thaihealth.or.th/Content/27519-%E2%80%98%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E2%80%99%20%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%20.html

กล้วยมีคุณค่า

กล้วยมีคุณค่า

กล้วยเป็นผลไม้ที่หาทานได้ง่าย มีคุณประโยชน์

กล้วยแต่ละแบบนั้นก็ให้ประโยชน์ต่างกัน

          1. กล้วยดิบ
          มีสารฝาดสมานชื่อ แทนนิน ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยป้องกันผนังกระเพาะลำไส้ไม่ให้เชื้อโรคและของรสเผ็ดจัด เช่น พริก เข้าไปทำลายผนังกระเพาะลำไส้ ช่วยแก้ท้องเสีย

          2. กล้วยที่เพิ่งเริ่มสุก (กล้วยห่าม)
          เปลือกยังสีเขียวอยู่ประปราย เป็นทั้งยาและอาหารที่ดีมากสำหรับคนท้องเสีย เพราะนอกจากจะช่วยแก้ท้องเสียแล้ว ยังช่วยหล่อลื่นลำไส้ ช่วยเพิ่มกากเวลาถ่าย กล้วยกึ่งดิบกึ่งสุกยังมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้นเวลาใช้กล้วยแก้ท้องเสีย ก็เท่ากับให้ธาตุโพแทสเซียมไปในตัวด้วย

          3. กล้วยสุก
          เป็นยาระบายแก้ท้องผูก เพราะมีสารเพ็กตินอยู่มาก ช่วยเพิ่มกากในลำไส้ กล้วยที่สุกงอมมากๆ จะมีฤทธิ์ระบายสูง เพราะมีสารเพ็กตินมาก ต้องทานเป็นประจำวันละ 5-6 ลูก จึงจะเห็น

          4. กล้วยสุกงอม
          กล้วยที่สุกเต็มที่จะสร้างสารที่เรียกว่า TNF ซึ่งมีความสามารถที่จะไปต่อสู้กับเซลล์ที่ผิดปกติ ยิ่งกล้วยสุกมากเท่าไหร่ ก็จะเกิดจุดสีดำที่เปลือกมากขึ้น ยิ่งมีจุดดำนี้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เกิดภูมิต้านทานมากขึ้น ในการทดลองโดยศาสตราจารย์ญี่ปุ่นผู้หนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว

          ในการเปรียบเทียบประโยชน์ที่ได้จากผลไม้ต่างๆ ปรากฏว่า กล้วยให้ผลดีที่สุด มันช่วยทำให้เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย และสร้างสารต้านมะเร็ง


http://www.thaihealth.or.th/Content/25376-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%204%20%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2.html

อาหารกระป๋องที่ไม่ควรบริโภค

อาหารกระป๋องเป็นโทษต่อสุขภาพได้ ถ้าเสื่อมสภาพ


ลักษณะ 7 ประการของอาหารกระป๋องที่ไม่ควรบริโภค

1. กระป๋องบุบบี้หรือโป่งพองและเป็นสนิม
2. เมื่อกดลงบนปากกระป๋องแล้วยุบลงไป
3. เมื่อเขย่าจะมีเสียงกระฉอกของน้ำกับอากาศ
4. เปิดกระป๋องแล้วมีอากาศ(ลม)ออกมาจากภายใน
5. เปิดแล้วได้กลิ่นเน่าบูดหรือกลิ่นผิดไปจากเดิม
6. เมื่อเทอาหารออกเห็นสนิมหรือรอยถลอกในกระป๋อง
7. อาหารที่ผลิตมานานมากหรือหมดอายุแล้ว

/// ขอบคุณรข้อมูลจาก Fda Thai

ทำไมถึงมีอาการง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา

ทำไมถึงมีอาการง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา


 เคยเป็นไหม ? ที่มีอาการง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อดหลับอดนอนมาเลย และมีความรู้สึกไม่ค่อยสดชื่น มีแต่ความรุ้สึกอยากจะนอนทั้งวัน และมักตื่นสาย เป็นอย่างนี้ประจำ สะสมมายาวนาน ... ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ถือว่าเป็นความผิดปกติของระบบประสาท คือการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอลักษณะแบบนี้ อาจพบได้ในคนที่ ป่วย ไม่สบาย ทำให้อ่อนเพลีย ต้องการพักผ่อน

     แต่คนที่ไม่ได้เป็นโรคภัย ไข้เจ็บ แต่ชอบง่วงเหงา หาวนอน เป็นประจำ เกิดจากการทำงานของม้ามน้อยลง ทำให้มีการอุดกั้นของเสมหะและความชื้น มักจะพบในคนอ้วนได้บ่อยกว่าคนผอม เพราะคนอ้วนมีการสะสมไขมันในร่างกายมาก ยิ่งถ้ากินอาหารอิ่มใหม่ ๆระบบย่อยอาหารหรือกระเพาะอาหารมักต้องทำงานหนัก พลังของม้ามจะอ่อนเปลี้ย ความอยากนอนจึงเกิดได้ง่าย 

 

     สำหรับคนผอม ก็มีสิทธิ์ง่วงนอนผิดปกติได้เหมือนกัน ถ้าอยู่ในภาวะที่เจ็บไข้เรื้อรังหรือร่างกายอ่อนเพลีย ที่ทำให้การย่อยอาหารและการดูดซึมไม่ดี เป้นภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้ง่วงนอนได้ง่าย 

 

     และอีกสาเหตุหนึ่งคือ คนที่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง-ต่ำ ตลอดเวลา เกิดจากการบริโภคอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล น้ำอัดลม หรือขนมหวานมากเกินไป ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ทีนี้ตับอ่อนก็จะผลิตอินซูลินออกมาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้ลดต่ำลง พอระดับน้ำตาลลดลงไม่เท่าไหร่ ก็รับประทานอาหารจำพวกนี้เข้าไปอีก น้ำตาลในเลือดก็สูงขึ้นมาอีก ขึ้นแล้วลงสลับกันไปตลอดเวลา ตับอ่อนก็ต้องทำงานหนักอีก จึงทำให้ไม่สดชื่น ง่วงนอน

 

ที่มา : www.smartsme.tv

#อาการง่วงนอน

29 วิธี ทำให้ อายุยืน

29 วิธี ทำให้ อายุยืน

1.เสียงดัง. จงหัวเราะดังๆเมื่อรับรู้เรื่องขำขัน ไม่ว่าจากการสนทนาหรือดูวิดีโอตลก การหัวเราะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่งออกมา ฮอร์โมนชนิดนี้มีส่วนทำให้อายุยืน

2.มีผัวเดียวเมียเดียว. จากสถิติพบว่าผู้แต่งงานอยู่กินเป็นผัวเดียวเมียเดียวมาตลอดทำให้อายุยืนกว่าผู้มีมากชู้หลายรัก

3.กินถั่วมากเข้าไว้ จากการวิจัยพบว่าการกินถั่วประเภทถั่วลิสงครั้งละ 1 ออนซ์ 5 ครั้งต่ออาทิตย์ เป็...นการตัดโอกาสไม่ให้ตายเพราะโรคหัวใจได้

4. ขี่รถคันใหญ่เข้าไว้ แทบไม่น่าเชื่อว่าคนขี่รถคันเล็กมักจะตายเร็วกว่าคนขี่รถคันใหญ ่

5. งีบทุกบ่าย หลังอาหารกลางวันงีบหลับสักครึ่งชั่วโมง

6. อยู่บนภูเขาอายุยืนกว่าอยู่อยู่ชายทะเล. เป็นความเชื่อผิดๆมานานที่ว่าอยู่ริมทะเลอายุจะยืน แต่ผลการวิจัยพบว่าผู้มีบ้านอยู่ภูเขามีอายุยืนกว่า ดังนั้นจึงมีรสนิยมเที่ยวป่ามากกว่าเที่ยวทะเล

7. เล่นเกม. เกมอะไรก็ได้ที่ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉย ๆ เช่น หมากรุกกับเพื่อนซี้ เรียนรู้ภาษาใหม่ หรือการท่องเที่ยว ล้วนช่วยให้อายุยืนทั้งสิ้น

8.อย่ากินอาหารย่างบ่อย. การย่างเนื้อที่ปลอดภัยต้องรอให้ถ่านมอดกลายเป็นขี้เถ้าเสียก่อนจึงปลอดภัยจากสารมะเร็ง

9. เล่นกีฬา ชนิดใดก็ได้ คนที่เคยเป็นนักกีฬามาก่อน จะมีสภาพร่างกายแข็งแรงกว่าผู้ไม่เคยเล่นกีฬามาเลย ดังนั้นจึงมักตายก่อน

10.ไปโบสถ์ หรือวัดเป็นประจำ. คนที่นับถือศาสนานั้นมักมีจิตใจเยือกเย็น ความดันโลหิตต่ำ ดังนั้น จึงมีโอกาสเป็นโรคหัวใจวายน้อยกว่าผู้ที่ไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจเลย

11. เต้นรำอยู่เสมอ. ผู้ที่ชอบเต้นรำมีจิตใจเข้มแข็งมั่นคง ความจำดี และมีปฏิกิริยารวดเร็ว การเต้นรำแบบแอโรบิคได้ผลเช่นเดียวกับเต้นบอลลูม

12.เลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อน. ผู้เลี้ยงหมา แมว ฯลฯ จะมีความดันเลือดต่ำ การมองดูปลาว่ายน้ำก็ทำให้จิตใจสงบ ความดันโลหิตต่ำ คนเลี้ยงสัตว์มักมีอายุยืนกว่าผู้ที่ไม่เลี้ยงสัตว์อะไรเลย

13.หายใจลึกๆ. การหายใจลึกๆ เอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด ช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานดีขึ้น ตลอดจนเป็นการทำลายเชื้อไวรัส และแบคทีเรียที่เข้าสู่ร่างกายให้ตายไปด้วย

14. กินผักมากเข้าไว้ โดยเฉพาะผักปลอดสารพิษ ผักมีเส้นใย มักทำให้ไม่เป็นมะเร็งในระบบย่อยอาหาร ผักบุ้งทำให้สายตาดี คนแก่ตามองไม่เห็นย่อมตายเร็วกว่าคนแก่ที่ตามองเห็น

15. รู้ประวัติครอบครัว. โรคภัยไข้เจ็บส่วนใหญ่สืบต่อทางกรรมพันธ์มายังลูกหลาน ดังนั้นต้องรู้ว่าบรรพบุรุษตายด้วยโรคอะไร เช่น โรคหัวใจ ก็พึงหลีกเลี่ยงโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ

16. ทำกิจกรรมนอกบ้าน. ผลการวิจัยพบว่าคนสูงอายุหมั่นออกไปยังกลางแจ้งมีอากาศบริสุทธิ ์ จะมีความเครียดสะสมน้อย คนแก่ที่มีความเครียดมักจะตายเร็ว

17. อย่ากินยานอนหลับเป็นนิสัย เอะอะอะไรก็กินยาไว้ก่อนยามีประโยชน์และมีโทษไปพร้อมๆกัน การนอนไม่หลับมาจากสาเหตุเครียดหรือปัญหาอื่นๆ ควรแก้ที่ต้นเหตุนั้นๆ

18. จัดเวลานอนให้เพียงพอ และทำเป็นปกตินิสัย เช่น นอนกี่ทุ่มตื่นเช้ากี่โมง คนยิ่งสูงอายุยิ่งนอนหลับได้น้อย วิธีแก้ไขนอนหลับแต่หัวค่ำตื่นแต่เช้ามืด ไม่เป็นผลเสียต่อร่างกาย คนแก่นอนน้อยไปหรือนอนมากไปเป็นเหตุให้ตายเร็วทั้งสิ้น

19. หาเพื่อนใหม่และหมั่นแวะไปเยี่ยม. การร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ กับเพื่อนทำให้เกิดความเพลิดเพลินยิ่งเป็นกิจกรรมเป็นประโยชน์ต่อสังคม ยิ่งทำให้อายุยืนมากขึ้น

20. ดื่มได้แต่น้อย. การศึกษาถึงแอลกอฮอล์พบว่าเป็นประโยชน์แก่ร่างกายหากดื่มสัก 1–2 จอก ก่อนกินอาหาร คนสูงอายุควรเลือกดื่มไวท์หรือเบียร์มากกว่าวิสกี้ดีกรีสูง การดื่มมากนอนน้อยคนแก่คนนั้นอายุสั้นแน่นอน

21. มีเพศสัมพันธ์. หากมีเรี่ยวแรงและอารมณ์รักอยู่ก็จงแสดงไปตามความต้องการ อย่าสะกดกลั้นเอาไว้หรือมีความต้องการแต่อวัยวะไม่สู้ ขอเพียงแค่คิดหรือมีอารมณ์ก็ทำให้จิตใจไม่ห่อเหี่ยว เช่นนี้อายุยืนแน่ ผลการวิจัยล่าสุดพบว่า คนแก่ที่มีแรงขับทางเพศมักไม่ค่อยตายเร็ว ต่างกับผู้หมดสมรรถภาพทางเพศตั้งแต่หนุ่มแน่น ล้วนตายเร็ว ก่อนวัยเพราะผู้นั้นสูญเสียสัญชาติญาณการแพร่พันธุ์ ไป

22. เดินมาก ๆ หรือหมั่นให้ร่างกายเคลื่อนไหวอยู่เสมอ อย่านอนแซ่วบนที่นอนตลอดเวลา คนแก่เดินวันละ 30 นาที อายุยืนแน่นอน

23. ตรวจสุขภาพฟันและช่องปาก โรคเหงือกโรคฟันเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ ดังนั้นหมั่นตรวจฟันและช่องปากอย่างสม่ำเสมอ

24. อย่าอ้วน. คนอ้วนตายเร็วกว่าคนผอม สังเกตดูคนอายุยืนมักผอมแห้ง จำไว้ความอ้วนฆ่าคนได้

25. อย่าสูบบุหรี่ บุหรี่ทำให้อายุสั้นลงอย่างแน่นอน นอกจากไม่สูบพึงหลีกเลี่ยงพบปะกับคนสูบบุหรี่อีกด้วย

26. เพิ่มความแข็งแกร่ง คนแก่อายุเกิน 70 ปีขึ้นไป ควรแข็งใจยกน้ำหนักข้างละ 2-3 กก. 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์

27. กินอาหารมีเส้นใยมาก ได้แก่ ธัญพืช ข้าวกล้อง ผลไม้ จากการศึกษานักโภชนาการมหาวิทยาลัย

28. ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในบ้าน เช่น การทำงานบ้าน ล้างจาน ซักผ้า ถูพื้น ดูดฝุ่น ทำสวน ตัดแต่งต้นไม้ กิจกรรมเหล่านี้ทำให้คนแก่ไม่อ้วน เมื่อไม่อ้วนก็ไม่ตายจริงมั้ย

29. ท่องเที่ยวไป คือกำไรชีวิต เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก

ชุดนี้ดี ปฏิบัติบ้างหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าชอบ แชร์แล้วแล้วกัน ตายเร็ว


รู้หรือไม่ เซลล์มะเร็งต้องการอะไร

รู้หรือไม่ เซลล์มะเร็งต้องการอะไร

1. น้ำตาล เช่น น้ำตาลทรายขาว โดยใช้น้ำตาลจากธรรมชาติแทน เช่น น้ำผึ้ง แต่ต้องใช้ในปริมาณที่น้อยมาก เกลือ มีสารจำเป็นที่เซลล์มะเร็งนำไปใช้ ควรงด หรือในปริมาณน้อย

2. นม ควรดื่ม นำนมถั่วเหลืองทดแทน

3. เซลล์มะเร็ง เจริญเติบโตในสภาพที่เป็นกรด การบริโภคเนื้อสัตว์ทำให้เกิดสภาพเป็นกรด ควรรับประทานอาหารประเภทปลา ดีกว่าหมู เนื้อ และเนื้อสัตว์ มีแบคทีเรีย ใช้โฮโมนในการเจริญเติบโตปนเปื้อน ที่เป็นอันตรายต่อคนไข้ที่เป็นมะเร็ง
...
4. 80% ของผักและนำผลไม้สด ถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืช จะช่วยให้ร่างกายมีสภาพเป็นด่าง 20% จากอาหารที่ปรุงแล้ว น้ำผักและผลไม้สด จะให้เอนไซม์ที่ง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อไปเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ที่ดี ดังนั้นควรดื่มน้ำผักสด และกินผักดิบ 2-3 ครั้งต่อวัน

5. หลีกเลี่ยงชา กาแฟ ช็อกโกแลต ที่มีคาเฟอีนที่สูง เป็นดื่มชาเขียวที่มี สารต้านมะเร็ง ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำกรองดีที่สุด หลีกเลี่ยงน้ำประปา และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่มีสภาพเป็นกรด

6. เนื้อสัตว์ ย่อยยาก และต้องการเอนไซม์ในการย่อยเป็นจำนวนมาก และเนื้อที่ย่อยไม่หมด จะคงตกค้างอยู่ในลำไส้ อันนำไปสู่สารพิษตกค้าง

7. เซลล์มะเร็ง มีโปรตีนที่ยากแก่การทำลายเป็นเกราะป้องกัน การบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไปทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น

8. อาหารเสริมบางอย่างช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็ง เช่น วิตามินอี วิตามินซี

9. เซลล์มะเร็ง เป็นเชื้อโรคของจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การควบคุมอารมณ์ และมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น อารมณ์โกรธ หรือความเครียดจะสร้างสภาพความเป็นกรดให้ร่างกาย ควรเรียนรู้ที่จะรัก และให้อภัย พักผ่อนและสนุกกับการใช้ชีวิต

10. เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตในที่มีออกซิเจนได้ การออกกำลังกายทุกวัน และหายใจเข้าลึกลึก จะช่วยเพิ่มระดับ ออกซิเจนในเซลล์ การบำบัดด้วยออกซิเจนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำลายเซลล์มะเร็ง

ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว ไม่อยากเป็นมะเร็ง หันมาดูแลรักษาสุขภาพกันดีกว่านะคะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์สุขภาพ บ้านดอยฟ้าและhttp://www.jaowka.com/