การบริโภคที่เหมาะสม
การบริโภคที่เหมาะสม
ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเ้สริฐ หนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยให้เราแข็งแรง ก็คือ การบริโภคอาหาร การบริโภคที่เหมาะสมคือ การเลือกอาหารที่มีประโยชน์ วิธีการรับประทาน ซึ่งสามารถทำได้โดย
1. กินอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ ไม่กินอาหารดิบ เช่น ลาบ หลู่ ส้า แหนม ปลาส้ม เป็นต้น ถ้าเป็นผักสดก็ต้องล้างให้สะอาด ต้องดูสภาพของวัตถุดิบว่าอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่
2. กินอาหารครบ 3 มื้อ โดยเน้นประเภทผัก ผลไม้ เนื้อปลา และลดอาหารประเภทรสหวาน มัน เค็ม
3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีผลเสียต่อสุขภาพ เช่น อาหารประเภทปิ้งย่าง รมควัน หมักดอง อาหารทอด ของหวาน น้ำหวาน น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
4. กินอาหารให้หลากหลาย ไม่ซ้ำซากจำเจ
5. กินอาหารเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน เพราะการย่อยอาหารเริ่มต้นตั้งแต่ในปากเรา และทำให้การย่อยที่ดี
6. กินอาหารให้พอดี ไม่มากเกินไป
7. กินอาหารมื้อเช้าหนักสุด มื้อกลางวันกับเย็นให้ลดหลั่น ลงไป
8. ไม่ควรกินอาหารรอบดึก ก่อนนอน จะทำให้ระบบการย่อยมีปัญหา ไม่ควรนอนดึกจนเกินไปจะทำให้หิว
ธาตุลมเจ้าเรือน
ธาตุลมเจ้าเรือน
คือ คนที่เกิดเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน
บุคลิกลักษณะ ผิวหนังแท้หยาบกร้าน รูปร่างโปร่ง ผอมบาง ข้อกระดูกมักลั่นเมื่อเคลื่อนไหว ขี้อิจฉา ขี้ขลาด รักง่ายหน่ายเร็ว ทนหนาวไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับ ช่างพูด เสียงต่ำ ออกเสียงไม่ชัดเจน ความรู้สึกทางเพศไม่ค่อยดี
เป็นคนชอบเพ้อฝันมีจินตนาการสูง จึงมักเป็นศิลปิน ในทางตรงข้าม มักเป็นคนขี้โมโหง่าย อารมณ์แปรปรวนง่ายไม่มั่นคง ไม่ตรงต่อเวลา
รสชาติอาหารที่ควรรับประทาน คือ รสเผ็ดร้อน
ตัวอย่างอาหาร
เครื่องดื่ม น้ำขิง น้ำตะไคร้ น้ำข่า น้ำกานพลู
ผักพื้นบ้าน ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย พริกไทย กะทือ ดอกกระเจียว ขมิ้นชัน ชะพลู ผักไผ่ พริกขี้หนูสด สะระแหน่ ผักชีดาว ผักชีล้อม ยี่หร่า
เกร็ดความรู้
ในช่วงอายุ 32 ปีขึ้นไป มักจะมีอาการเวียนหัว หน้ามืด เป็นลมง่าย ในฤดูฝนจะเจ็บป่วยง่ายเพราะธาตุลมกำเริบ
คือ คนที่เกิดเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน
บุคลิกลักษณะ ผิวหนังแท้หยาบกร้าน รูปร่างโปร่ง ผอมบาง ข้อกระดูกมักลั่นเมื่อเคลื่อนไหว ขี้อิจฉา ขี้ขลาด รักง่ายหน่ายเร็ว ทนหนาวไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับ ช่างพูด เสียงต่ำ ออกเสียงไม่ชัดเจน ความรู้สึกทางเพศไม่ค่อยดี
เป็นคนชอบเพ้อฝันมีจินตนาการสูง จึงมักเป็นศิลปิน ในทางตรงข้าม มักเป็นคนขี้โมโหง่าย อารมณ์แปรปรวนง่ายไม่มั่นคง ไม่ตรงต่อเวลา
รสชาติอาหารที่ควรรับประทาน คือ รสเผ็ดร้อน
ตัวอย่างอาหาร
เครื่องดื่ม น้ำขิง น้ำตะไคร้ น้ำข่า น้ำกานพลู
ผักพื้นบ้าน ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย พริกไทย กะทือ ดอกกระเจียว ขมิ้นชัน ชะพลู ผักไผ่ พริกขี้หนูสด สะระแหน่ ผักชีดาว ผักชีล้อม ยี่หร่า
เกร็ดความรู้
ในช่วงอายุ 32 ปีขึ้นไป มักจะมีอาการเวียนหัว หน้ามืด เป็นลมง่าย ในฤดูฝนจะเจ็บป่วยง่ายเพราะธาตุลมกำเริบ
ธาตุไฟเจ้าเรือน
ธาตุไฟเจ้าเรือน
คือ คนที่เกิดเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม
บุคลิกลักษณะ มักขี้ร้อน ทนร้อนไม่ค่อยได้ หิวบ่อย กินเก่ง ผม ขน และหนวดอ่อนนิ่ม ผมงอกเร็ว มักหัวล้าน ผิวหนังย่น ไม่ค่อยอดทน ใจร้อน ข้อกระดูกหลวม มีกลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง ความต้องการทางเพศปานกลาง
เป็นคนมีเหตุมีผล คล่องแคล่ว มีจิตใจเมตตาอารี มีความสามารถด้านตัดสินใจเด็ดขาด ว่องไว เชื่อมั่นในตนเองสูง ในทางตรงข้าม หงุดหงิดง่าย เครียดง่าย อ่อนไหวและเข้าใจยาก มีความอดทนต่อสรรถสิ่งรอบด้านต่ำ วู่วาม
รสชาติอาหารที่ควรรับประทาน
คือ รสขม เย็น และจืด
ตัวอย่างอาหาร
เครื่องดื่ม
น้ำแตงโมปั่น น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย น้ำเก็กฮวย
ผลไม้
แตงโม มันแกว พุทรา แอปเปิ้ล
ผักพื้นบ้าน
ผักบุ้ง ตำลึง ผักกระเฉด ผักกระสัง สายบัว ผักกาดจีน ผักกาดนา ผักกาดนกเขา มะระ ผักปรัง มะรุม ผักหนาม มะเขือยาว กุยช่าย
เกร็ดความรู้
ในช่วงอายุ 16-32 ปี มักจะหงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียบ่อย เป็นคนเจ้าอารมณ์
ในฤดูร้อนจะเจ็บป่วยง่าย อาจเป็นไข้ตัวร้อนได้ง่าย เพราะธาตุไฟกำเริบ
คือ คนที่เกิดเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม
บุคลิกลักษณะ มักขี้ร้อน ทนร้อนไม่ค่อยได้ หิวบ่อย กินเก่ง ผม ขน และหนวดอ่อนนิ่ม ผมงอกเร็ว มักหัวล้าน ผิวหนังย่น ไม่ค่อยอดทน ใจร้อน ข้อกระดูกหลวม มีกลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง ความต้องการทางเพศปานกลาง
เป็นคนมีเหตุมีผล คล่องแคล่ว มีจิตใจเมตตาอารี มีความสามารถด้านตัดสินใจเด็ดขาด ว่องไว เชื่อมั่นในตนเองสูง ในทางตรงข้าม หงุดหงิดง่าย เครียดง่าย อ่อนไหวและเข้าใจยาก มีความอดทนต่อสรรถสิ่งรอบด้านต่ำ วู่วาม
รสชาติอาหารที่ควรรับประทาน
คือ รสขม เย็น และจืด
ตัวอย่างอาหาร
เครื่องดื่ม
น้ำแตงโมปั่น น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย น้ำเก็กฮวย
ผลไม้
แตงโม มันแกว พุทรา แอปเปิ้ล
ผักพื้นบ้าน
ผักบุ้ง ตำลึง ผักกระเฉด ผักกระสัง สายบัว ผักกาดจีน ผักกาดนา ผักกาดนกเขา มะระ ผักปรัง มะรุม ผักหนาม มะเขือยาว กุยช่าย
เกร็ดความรู้
ในช่วงอายุ 16-32 ปี มักจะหงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียบ่อย เป็นคนเจ้าอารมณ์
ในฤดูร้อนจะเจ็บป่วยง่าย อาจเป็นไข้ตัวร้อนได้ง่าย เพราะธาตุไฟกำเริบ
ประโยชน์ที่ได้รับจากการกินอาหารเจ
|
เตรียมตัวตรวจสุขภาพประจำปี
เตรียมตัวตรวจสุขภาพประจำปี
- ผู้ที่มีอายุต่ำว่า 35 ปี ไม่ต้องงดอาหาร - น้ำเพื่อตรวจสุขภาพ เนื่องจากไม่ต้องตรวจไขมันและน้ำตาลในเลือด
- ผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไปหรือผู้ที่ประสงค์ตรวจไขมันและน้ำตาลในเลือด ให้งดอาหาร- น้ำ ตั้งแต่ 20.00 น. จนถึงเวลาเจาะเลือดตรวจ
- หลีกเลี่ยงการรับประทานยาแอสไพริน ยากลุ่มสเตียรอยด์และแอลกอฮอล์ 7 วัน ก่อนเก็บอุจจาระ
- งดอาหารประเภทเนื้อวัว, หมู, เป็ด, ไก่, เลือดสัตว์, เครื่องในสัตว์, มะเขือเทศ, แครอทและวิตามินซี เป็นเวลา 3 วันก่อนเก็บอุจจาระ ซึ่งเป็นการเตรียมตัวตรวจอุจจาระหาเม็ดเลือดแดงแบบ Stool Occult Blood กรณีที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวข้างต้นสามารถเลือกตรวจอุจจาระหาเม็ดเลือดแดง * แบบ Stool Human Occult Blood และต้องชำระส่วนเกินเพิ่ม 50 บาท กรณีข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจเบิกคืนไม่ได้ สำหรับการตรวจหาเม็ดเลือดแดงในอุจจาระเป็นการค้นหามะเร็งลำไส้และทวารหนัก
- การเก็บอุจจาระและปัสสาวะควรเก็บในเช้าวันที่มาตรวจโดยขอรับชุดอุปกรณ์บรรจุได้ที่ห้องตรวจสุขภาพ หากไม่มีชุดอุปกรณ์ให้ถ่ายเก็บใส่ถุงพลาสติกใหม่มาจากบ้าน และเปลี่ยนถ่ายใส่ชุดอุปกรณ์ของโรงพยาบาลก่อนส่งตรวจ
- วิธีเก็บปัสสาวะควรเก็บปัสสาวะเวลาเช้าหลังตื่นนอนโดยถ่ายปัสสาวะส่วนต้นทิ้งไปก่อนแล้วใช้ขวดรองรับปัสสาวะในช่วงกลางๆประมาณ 1 ใน 3 ของขวด สุภาพสตรีควรงดเก็บปัสสาวะขณะมีประจำเดือนหรือเก็บหลังประจำเดือนหมด 7วัน
- วิธีเก็บอุจจาระให้เก็บขนาดประมาณเท่าปลายนิ้วก้อยบรรจุในภาชนะที่โรงพยาบาลเตรียมให้ หรือใส่ถุงพลาสติกใหม่
- เขียนชื่อ – สกุลบนสติ๊กเกอร์ หรือ กรณีมีสติ๊กเกอร์ ชื่อ – สกุลจากโรงพยาบาลลำปางจากการแจ้งชื่อตรวจสุขภาพล่วงหน้าให้ติดสติ๊กเกอร์ที่ข้างภาชนะใส่อุจจาระ – ปัสสาวะ
- สุภาพสตรีที่ต้องการตรวจมะเร็งปากมดลูก ถ้ามีประจำเดือน ให้ประจำเดือนหมดก่อนประมาณ 7 วันจึงจะมาตรวจ รวมทั้งห้ามสอดยาเหน็บยาหรือสวนล้างช่องคลอดก่อนมาตรวจ
- ผู้ตรวจสุขภาพควรสวมเสื้อผ่าหน้า เพื่อสะดวกในการตรวจและเตรียมเอกซเรย์ กรณีสวมเสื้อแขนยาวปลายแขนเสื้อสามารถพับขึ้นระดับข้อศอกได้ เพื่อสะดวกในการวัดความดันโลหิตและเจาะเลือด
http://www.lph.go.th/lampang/sbu/healty/health.html
ป้องกันเข่าเสื่อมได้ด้วยตนเอง
ขอบคุณ Cr.มูลนิธิ หมอชาวบ้านค่ะ😊✨
การดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดี เป็นสิ่งแรกที่ควรคิดถึงนะคะ เพื่อนๆ
สุขภาพดีๆ..หลายอย่าง ที่ดีๆ จะตามมาเนาะ
ป้องกันเข่าเสื่อมได้ด้วยตนเอง
เข่าเสื่อมเป็นอาการที่รักษาไม่หายขาด และมักจะมีอาการปวดเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นอาการที่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิต ผู้ป่วยมักทุกข์ทรมาน
แนวทางป้องกันไม่ให้เข่าเสื่อม
1. อย่ากินและนั่งมากจนอ้วน พบว่าถ้าลดน้ำหนักตัวลงได้ประมาณ 5 กิโลกรัม สามารถลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเข่าเสื่อมได้ถึงร้อยละ 50 มีหลักฐานยืนยันในผู้มีอาการปวดเข่า พบว่าอาการปวดจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถ้าน้ำหนักตัวลดลง
2. โครงสร้างเข่าผิดปกติ ลักษณะของโครงสร้างเข่าปกติมีหลายชนิด (เข่าโก่ง เข่าชิด หรือเข่าแอ่น) ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางแก้ไขตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น การเสริมรองเท้า การใส่อุปกรณ์ช่วยพยุง หรือถ้าไม่สามารถทำอะไรได้
3. หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาปะทะ ที่จะนำมาซึ่งอาการบาดเจ็บของเข่า ควรเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่เอามัน ไม่ควรเสี่ยงปะทะ เอาชนะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
4. ไม่ควรอยู่ในท่าคุกเข่า นั่งยอง ยืน เป็นเวลานาน ผู้ที่ต้องคุกเข่าทำงานอาจต้องหาวัสดุที่นิ่มมารองบริเวณเข่าเพื่อกระจายแรงกด ถ้าจำเป็นอยู่ในท่าเหล่านี้นานๆ ให้พยายามเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ เพื่อให้แรงกดที่ข้อสลับเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ ในกิจกรรมทางศาสนาที่ต้องนั่งพับเพียบกับพื้นเป็นเวลานาน ให้สลับนั่งพับเพียบซ้าย-ขวาบ่อยๆ ไม่ควรรอจนเข่าปวดแล้วจึงขยับ
5. เลี่ยงกิจกรรมที่มีแรงกระแทกหรือแรงบิดต่อข้อเข่าสูง เช่น การกระโดดซ้ำๆ การยกของหนักเกินกำลัง การหมุนตัวด้วยการใช้หัวเข่า
6. ลองวัดความยาวขาดู นอนหงาย ปล่อยขาตามสบายแต่ไม่กาง ให้เพื่อนคลำปุ่มกระดูกบริเวณที่เท้าสะเอว และกลางตาตุ่มของเท้าด้านใน วัดระยะห่างจากทั้ง 2 จุดในขาข้างหนึ่ง ถ้าขาสองข้างยาวไม่เท่ากันเกิน 2 เซนติเมตร ต้องเสริมรองเท้าในระยะที่ขาด
7. ออกกำลังกล้ามเนื้อหน้าขาให้แข็งแรง อาจใช้วิธีการที่ทำกันทั่วไป คือ ถุงทรายน้ำหนัก 1-2 กิโลกรัม มาผูกกับข้อเท้า นั่งห้อยขาแล้วยกขึ้น-ลง ช้าๆ ถ้าได้ 10 ครั้ง แล้วเมื่อยพอดี ให้ทำซ้ำอีก 2 เซท หรือจะออกกำลังด้วยการยืนย่อเข่าทั้ง 2 ข้างประมาณ 20 องศา ค้างไว้ 1 วินาที แล้วเหยียดเข่า ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง ถ้ารู้สึกว่าง่ายไป อาจยืนขาเดียวพิงฝา ปรับจนทำได้ประมาณ 10 ครั้ง แล้วเมื่อยพอดี ทำซ้ำอีก 2 เซท
8. ถ้ามีอาการบาดเจ็บของเข่า มีอาการบวม ต้องทำการรักษา และงดการทำกิจกรรมที่ทำให้มีอาการปวดมากขึ้น เมื่อหายยังไม่สนิทต้องระวังไม่ให้เป็นซ้ำและอย่าปล่อยให้มีอาการเรื้อรัง
9. ไม่ควรใส่ส้นสูง จะทำให้เข่าแอ่น มีโอกาสที่เข่าจะเสื่อมได้ง่าย สวมใส่รองเท้าที่เหมาะกับกีฬาแต่ละประเภท เช่น รองเท้าวิ่งก็ควรมีส้นรองเท้าที่นิ่มรับแรงกระแทกได้ดี รองเท้าสำหรับใส่เล่นแบดมินตันหรือเทนนิสควรมีพื้นบางเพื่อไม่ให้พลิกได้ง่าย เป็นต้น
ถ้าดูแลเข่าของเราให้ดีวันนี้ จะปราศจากอาการปวดในวันหน้า
ถ้าดูแลเข่าของเราให้ดีวันนี้ จะปราศจากอาการปวดในวันหน้า
ผักออร์แกนิค กับ ผักไฮโดรโปนิกส์ ต่างกันอย่างไร
ผักออร์แกนิค กับ ผักไฮโดรโปนิกส์ ต่างกันอย่างไร?
เท่าที่ได้ศึกษาเปรียบเทียบผักออร์แกนิค กับผักไฮโดรโปนิกส์ มาสักพัก รู้สึกว่าหลายคนยังเข้าใจผิดระหว่าง ผักออร์แกนิค กับ ผักไฮโดรฯ กันอยู่
จากที่เห็นตามร้านที่ขายผักไฮโดรฯส่วนใหญ่ จะบอกว่าเป็นผักปลอดสารพิษ แต่พอกลับมาลองศึกษาวิธีการปลูก แล้วจะเห็นได้ว่าบางสิ่งบางอย่างเรากำลังเข้าใจผิดกัน ทั้งนี้ไม่มีเจตนาจะกล่าวหาว่าผักไฮโดรฯไม่ดี ผักออร์แกนิคดีกว่า หรืออย่างไร เพราะจะดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคนั้น รับได้แค่ไหน
ผักไฮโดรฯ คือ การปลูกโดยใช้น้ำเป็นองค์ประกอบหลักและใช้สารอาหารสำหรับพืชที่สร้างขึ้นมาด้วยสารสกัดทางเคมี ซึ่งสารอาหารนี้สกัดจากสารเคมี คือ ปุ๋ยเคมีนั่นเอง
และที่กล่าวว่า ผักไฮโดรฯ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะปลูก และดูแลอย่างดี ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะกระบวนการปลูกใช้สารสกัดทางเคมีทำให้เจริญเติบโตอยู่แล้ว และภาพลักษณ์ของผักไฮโดรฯนั้น ปลูกง่าย สะดวก สำหรับคนไม่มีพื้นที่ดิน ขนาดอยู่ อพาร์ทเม้นท์ ยังปลูกได้เลย
ส่วนผักออแกนิกส์ คือ ผลผลิตจะได้มาจากการเจริญเติบโตตามธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ดินที่ใช้เพาะปลูกต้องทำให้ปลอดสารพิษไม่น้อยกว่า 3 ปี ผักก็จะปลูกบนดินบ้านๆที่ปลอดสารเคมีใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกจากธรรมชาติในการปลูกเรียกได้ว่าเป็นการสร้างอาหารแบบ Back to Nature ธรรมชาติล้วนๆ 100% ส่วนประกอบทุกอย่างนั้นจึงบริสุทธิ์ผุดผ่อง
เพราะอย่างนี้ผักออร์แกนิคถึงแพง แต่ราคาระหว่างผักออร์แกนิคกับผักไฮโดรฯนั้น ไม่ต่างกันมาก ซึ่งออร์แกนิคจะสูงกว่านิดหน่อย
** เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็สามารถยืนยันและประกาศออกไปได้ในทันทีว่า
"ผักไฮโดรโปรนิกส์ ไม่ใช่ ผักออร์แกนิค"
Hydroponic Is not Organic –
ขอขอบคุณบทความและรูปภาพดีๆจาก Facebook คุณ Sirikorn Limsuwan
Subscribe to:
Posts (Atom)




